AI – สะพานเชื่อมคนกับโอกาส สร้างรากฐานสู่เศรษฐกิจดิจิทัล
Read this article in English
เมื่อผลงานศิลปะชิ้นเล็กๆ จากใบไม้แห้งธรรมดาๆ จากฝีมือเด็กประถมที่รู้จักใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์หรือ AI ถูกพัฒนาให้เป็นลวดลายน่ารัก และนำมาพิมพ์ลงบนกระเป๋าผ้า สมุดบันทึก ขวดน้ำ และผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่น จนกลายเป็นหนึ่งในสินค้าขายดีทางช่องทางออนไลน์ สร้างรายได้ให้กับครอบครัวและชุมชนเศรษฐกิจรากหญ้าชายแดนไทย-กัมพูชา อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ ได้อย่างน่าทึ่ง
“ใครๆ ก็ใช้ AIได้ แต่สิ่งที่สำคัญ คือ ต้องใช้ด้วยความรับผิดชอบต่อสังคม สิ่งที่ชุมชนของเราทำอยู่ แสดงให้เห็นว่า AI ช่วยทำให้คนเก่งขึ้น มากกว่าจะมาแย่งงานคน AI ไม่ได้น่ากลัวเลย” กนกวรรณ ผันนภานุกุล อดีตข้าราชการครูที่ปัจจุบันกลับมาที่บ้านเกิดในจังหวัดบุรีรัมย์ และทุ่มเทให้กับการพัฒนาวิสาหกิจชุมชนแห่งนี้ กล่าว

สิ่งที่เกิดขึ้นในอำเภอโนนดินแดง สะท้อนได้ชัดเจนถึงโอกาสที่ใครๆ ก็คว้าได้ โดยใช้เทคโนโลยีเป็นสะพานเชื่อมความคิดสร้างสรรค์ไปสู่การมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจ และโอกาสใหม่อีกมากมาย
ใช้ AI เป็นโอกาสสู่ความสำเร็จ
เช่นเดียวกับในอำเภอโนนดินแดง ชุมชนท้องถิ่นในหลายพื้นที่ทั่วประเทศไทยกำลังสร้างและขยายโอกาสของตัวเองโดยมี AIเป็นผู้ช่วย โดยเฉพาะชุมชนที่ได้เข้าร่วมโครงการ “Microsoft Elevate” ที่ออกแบบมาเพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัลระดับโลก ด้วยการสอนทักษะความรู้ และมอบเครื่องมือให้ผู้คนรู้จักใช้ AI ให้เป็นและเติบโตไปด้วยกัน
ในหลายชุมชน ปัญหาของการพัฒนา ไม่ใช่เรื่องการขาดแคลนความสามารถหรือความมุ่งมั่น แต่เป็นข้อจำกัดในด้านทักษะ การเข้าถึงเครื่องมือ และเส้นทางสู่เศรษฐกิจดิจิทัล โครงการ “Microsoft Elevate”เกิดขึ้นเพื่อช่วยลดช่องว่างนี้ โดยช่วยให้ชุมชนทั่วประเทศได้มีโอกาสเรียนรู้และพัฒนาทักษะการใช้- AI และเทคโนโลยีดิจิทัล ช่วยให้คนทั่วไปและชุมชนมีส่วนร่วมในชีวิต เศรษฐกิจ และสังคมได้มากขึ้น

คาโรไลน์ แม็กกราธ ผู้อำนวยการด้านทักษะ AI ประจำภูมิภาคเอเชียของไมโครซอฟท์ อธิบายว่า AI เป็นเทคโนโลยีที่มีศักยภาพในการช่วยปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ แต่การจะนำมาใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ นอกจากจะต้องมีการสร้างโครงสร้างพื้นฐานแล้ว ปัจจัยสำคัญคือต้องมีพันธมิตร มีกรอบการทำงานร่วมกัน และที่สำคัญที่สุดคือ การเปิดโอกาสเข้าถึงทักษะให้กว้างขวางขึ้น
แม็กกราธกล่าวว่า “เมื่อผู้คนมีทักษะที่เหมาะสม AI จะช่วยเปิดประตูสู่การทำงานรูปแบบใหม่ ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ และเส้นทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ที่อดีตอาจเกินเอื้อม”
ยกระดับผู้คน ปลดล็อกโอกาส
โครงการ “Microsoft Elevate” ทำงานร่วมกับพันธมิตรหลากหลายทั่วประเทศ ทั้งภาครัฐ ภาคการศึกษา และภาคประชาสังคม เพื่อเปิดโอกาสให้คนทั่วประเทศได้พัฒนาทักษะด้านการใช้ AI และส่งเสริมการใช้ด้วยความรับผิดชอบ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม

ดร.แรมรุ้ง วรวัธ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กล่าวว่า AIช่วยให้หน่วยงานภาครัฐทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพราะ AI “ลดภาระงานด้านการบริหาร และช่วยให้เราพัฒนาและให้บริการที่ตอบโจทย์ประชาชนได้ตรงจุดและรวดเร็วขึ้น”

รองศาสตราจารย์ ดร. กมลรัตน์ อินทรัตน์ ผู้อำนวยการศูนย์การสื่อสารและการจัดการความรู้เพื่อการพัฒนา มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช และ ดร.วิมลกานต์ โกสุมาศ กรรมการบริหารมูลนิธิคีนันแห่งเอเซีย มองว่า AI เป็น “ผู้ช่วยที่ดี” ซึ่งสามารถสนับสนุนการวิจัย การวิเคราะห์ และการสร้างไอเดีย ในขณะเดียวกันก็ช่วยให้คนมีเวลาทำงานที่มีมูลค่าสูงขึ้น

สำหรับองค์กรพัฒนาเอกชน AI มีบทบาทสำคัญในการยกระดับประสิทธิภาพการทำงานและเสริมการสนับสนุนผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ ซึ่งปัทวี พิมายรัมย์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “AI เป็นเครื่องมือทรงพลังที่ช่วยให้เราตัดสินใจได้ดีขึ้น ช่วยให้เราวิเคราะห์ข้อมูลและทำการวิจัย ช่วยให้งานของเราก้าวไปไกลกว่าการส่งเสริมสุขภาพ เช่น การพัฒนาโครงการการศึกษาที่สร้างทักษะชีวิต ทำให้เราเข้าถึงชุมชนเปราะบางได้มากขึ้น และสร้างความตระหนักในประเด็นสิทธิในกลุ่มเพศทางเลือกหรือ LGBTQ ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น”
ไม่ว่าจะในชุมชน หน่วยงาน หรือกลุ่มองค์กรใดๆ ก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ทุกคนเห็นตรงกัน คือ การมีโอกาสพัฒนาทักษะด้านการใช้เทคโนโลยี AI จะช่วยขยายขีดความสามารถ และขีดความสามารถที่มากขึ้นนจะเป็นปัจจัยสร้างโอกาสใหม่ๆ
AI เชื่อมโยงคนต่างวัย ต่างวัฒนธรรม และสร้างโอกาส
ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยีทำให้เกิดคำถามว่าเทคโนโลยีจะเข้ามาทดแทนคนหรือไม่ ประสบการณ์จากหลายชุมชนชี้ให้เห็นในทางตรงกันข้าม คือ นอกจากจะไม่เข้ามาแทนคนแล้ว เทคโนโลยียังช่วยสร้างโอกาสใหม่ และเป็นสะพานเชื่อมโยงคนต่างวัยและวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน
ตัวอย่างเช่นในจังหวัดปทุมธานี ชุมชนชาวมอญใช้ AI ทำงานด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรม เช่น การแปลงเสียงเป็นข้อความเพื่อช่วยอนุรักษ์ภาษา การใช้ AI แนะแนวทางในการนำเสนอศิลปหัตถกรรมแบบดั้งเดิมด้วยองค์ประกอบสมัยใหม่
“ไม่เคยนึกเลยว่าเทคโนโลยีจะช่วยให้เราทำงานด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรมและประเพณีได้ดี แต่ตอนนี้เชื่อสนิทใจเลย” สุนีย์ สุขประเสริฐชัย แห่งศูนย์ศึกษาวัฒนธรรมมอญปทุมวัดบางหลวงกล่าว
สำหรับคนพิการ AI ช่วยเปิดโอกาสให้คนพิการเข้าถึงโอกาสด้านการศึกษา การทำงาน และมีส่วนร่วมในกิจกรรมของชุมชนมากขึ้น เช่น โปรแกรมแปลงข้อความเป็นเสียง ที่ทำให้การสื่อสารง่ายขึ้น
คนต่างวัยต่างรุ่น ถูกเชื่อมโยงเข้าหากันด้วยเทคโนโลยีได้เช่นเดียวกัน เช่นที่อำเภอโนนดินแดง เด็กน้อยมานั่งข้างๆ สอนคุณลุงและคุณป้าใช้เทคโนโลยี ส่วนคุณตาคุณยายก็ถ่ายทอดความรู้ ทักษะงานฝีมือที่เกือบจะสูญหาย และอยู่ในความทรงจำเก่าๆ ให้แก่ลูกหลาน การแบ่งปันและถ่ายทอดความรู้ในบรรยากาศอบอุ่นนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการร่วมกันสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ และถ่ายทอดวิถีชีวิตจากรุ่นสู่รุ่น ซึ่งไม่มีคนรุ่นใดรุ่นหนึ่งทำได้เองเพียงลำพัง

เทคโนโลยีมีประโยชน์ สร้างโอกาสได้เมื่อมีมนุษย์เป็นผู้นำ
สิ่งที่เกิดขึ้นในหลากหลายชุมชน ตอกย้ำให้เห็นว่าการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลจะประสบผลสำเร็จได้เมื่อมีคนเป็นผู้ขับเคลื่อน

Ruhimat Soerakoesoemah, Head of Office Subregional Office for South-East Asia, United Nations Economic and Social Commission for Asia and the Pacific (ESCAP) กล่าวในกิจกรรมพิเศษที่ไมโครซอฟท์จัดขึ้นว่า “ถ้ามีเครื่องมือและทักษะด้าน AI ที่เหมาะสม เราจะสามารถสร้างผลลัพธ์และเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้อีกมากมาย แน่นอนว่าในด้านงานพัฒนานั้น “คน” ยังคงเป็นหัวใจสำคัญ เทคโนโลยีช่วยได้ แต่ปัจจัยที่จะขับเคลื่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้จริงๆ คือ คน”
ตัวอย่างจากโนนดินแดงและชุมชนอื่นๆ แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีไม่ได้เข้ามาทดแทนคน หรือทำลายประเพณี ในทางตรงกันข้าม เทคโนโลยีช่วยต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ที่เชื่อมโยงกับความต้องการของตลาด เชื่อมโยงการเรียนรู้กับวิถีชีวิตความเป็นอยู่ และเชื่อมคนต่างรุ่นเข้าด้วยกัน
เทคโนโลยีอาจขับเคลื่อนได้ด้วยอัลกอริทึม แต่ความสำเร็จสร้างได้ต่อเมื่อคนเข้าถึงโอกาส


ในประเทศไทย ไมโครซอฟท์ทำงานร่วมกับ ESCAP ศูนย์ความร่วมมือด้านการจัดการความรู้เพื่อการพัฒนาดิจิทัล (CCDKM) ที่มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช (มสธ.) และสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) เพื่อส่งมอบทักษะการใช้งาน AI ตามโครงการ “AI for Social Impact”
จนถึงปัจจุบัน ผู้นำภาคประชาสังคม เจ้าหน้าที่ และผู้ที่เกี่ยวข้องมากกว่า 70,000 คน ได้มีโอกาสเข้าร่วมเรียนรู้ทักษะการใช้ AI ในโครงการ “Microsoft Elevate” จนจบคอร์สและได้รับประกาศนียบัตร ที่รับรองว่าพวกเขาจะสามารถใช้เทคโนโลยีได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพิ่มผลผลิต และสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม เพื่อนำไปสู่ระบบเศรษฐกิจที่มี AI เป็นตัวขับเคลื่อน
ความก้าวหน้าและการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในชุมชนต่างๆ ทั่วประเทศ สะท้อนให้เห็นถึงประโยชน์ที่เกิดจากวิสัยทัศน์ของโครงการ “Microsoft Elevate” ที่มุ่งขยายโอกาส โดยแน่ใจได้ว่า การมีทักษะ AI มีเครื่องมือ และความรู้ได้นั้น ต้องไม่ถูกจำกัดด้วยภูมิศาสตร์ รายได้ หรือภูมิหลัง แต่ต้องเปิดกว้างให้กับทุกคนที่มองเห็นและพร้อมจะร่วมสร้างอนาคตไปด้วยกัน