Read this article in English
ในยุคที่เทคโนโลยี AI เข้ามาพลิกโฉมและสร้างสรรค์คุณประโยชน์ใหม่ ๆ ในทุกมิติของสังคม ภาคสาธารณสุขก็เป็นหนึ่งในภาคส่วนสำคัญที่ได้รับประโยชน์มหาศาลจากการประยุกต์ใช้ AI โดยหนึ่งในตัวอย่างที่โดดเด่นและก่อให้เกิดผลสำเร็จอย่างรูปธรรม คือการพัฒนา “RAMAAI (ระไม) CXR Solution” AI อัจฉริยะ ของคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล บนแพลตฟอร์มคลาวด์ Microsoft Azure เพื่อทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยแพทย์ในการตรวจวินิจฉัยภาพเอกซเรย์ปอด ช่วยลดภาระงานของบุคลากรการแพทย์ไทย และเปิดโอกาสให้ประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลสามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้อย่างเสมอภาค

อ. พญ.ชญานิน นิติวรางกูร ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายนวัตกรรมและคู่ความร่วมมือ และอาจารย์แพทย์หน่วยรังสีวินิจฉัยโรคทรวงอก คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล พร้อมด้วย อ. พญ.นริศรา ชอบอรุณ รังสีแพทย์จากหน่วยเดียวกัน ได้เล่าถึงความท้าทายสำคัญที่รังสีแพทย์ไทยต้องเผชิญในอดีตจนถึงปัจจุบัน “รังสีแพทย์หนึ่งท่านต้องรับผิดชอบการอ่านภาพเอกซเรย์ปอดจำนวนมหาศาล ตั้งแต่ 60-200 ภาพต่อวัน และในโรงพยาบาลที่มีผู้ป่วยหนาแน่น ตัวเลขนี้อาจพุ่งสูงถึง 300 ภาพ ซึ่งการแปลผลเอกซเรย์แต่ละภาพใช้เวลาราว 5-15 นาที ภาระงานเหล่านี้ส่งผลให้เกิดความเหนื่อยล้าสะสม ซึ่งอาจกระทบต่อประสิทธิภาพและความแม่นยำในการวินิจฉัย โดยเฉพาะในกรณีของรอยโรคขนาดเล็ก หรือระยะเริ่มต้นที่อาจมองเห็นได้ยาก”
ในปัจจุบัน ประเทศไทยมีรังสีแพทย์เพียงประมาณ 2,000 คน แต่กลับต้องรับมือกับปริมาณฟิล์มเอกซเรย์ที่ถูกส่งเข้ามาในระบบสูงถึง 30 ล้านฟิล์มต่อปี ซึ่งตัวเลขนี้มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้น 8-10% ในทุก ๆ ปี ความไม่สมดุลกันระหว่างจำนวนแพทย์และปริมาณงาน สร้างแรงกดดันมหาศาล และส่งผลต่อความรวดเร็วในการรักษาพยาบาล โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่การเข้าถึงแพทย์รังสีผู้เชี่ยวชาญยังคงเป็นข้อจำกัด RAMAAI CXR Solution จึงถูกพัฒนาขึ้น เพื่อเป็นเครื่องมือสำคัญในการ “ลดภาระงาน” และ “เพิ่มความแม่นยำ” ในการวินิจฉัยให้กับแพทย์
จากความท้าทาย สู่การพัฒนาครั้งสำคัญเพื่อคุณภาพชีวิตคนไทย
จากความท้าทายเหล่านี้ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล จึงได้พัฒนา RAMAAI CXR Solution ขึ้นเพื่อทำหน้าที่เป็นเสมือนผู้ช่วยร่วมให้ความเห็นกับแพทย์ โดยมีเป้าหมายหลักในการเพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัย ลดภาระงาน และกระจายการเข้าถึงการรักษาสู่ประชาชน ผ่านกลไกการคัดกรองโรคอย่างทั่วถึง RAMAAI CXR Solution ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยคัดกรองภาพเอกซเรย์ปอดเบื้องต้น ทำให้แพทย์สามารถค้นหาและจัดลำดับความสำคัญในการอ่านผล เคสที่มีความน่าจะเป็นที่จะมีร่องรอยโรค และต้องได้รับการวินิจฉัยเร่งด่วน ภายในกองภาพจำนวนมหาศาลได้อย่างรวดเร็ว นำไปสู่การเข้าถึงผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรง หรืออยู่ในระยะแพร่กระจายของโรคได้ก่อน ส่งผลให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลและรักษาอย่างทันท่วงที โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน ติดเชื้อ หรือแพร่กระจายของเชื้อน้อยลง ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลของสาธารณสุขในภาพรวมลดลง
อ. พญ.ชญานิน กล่าวเสริมว่า “RAMAAI CXR Solution ยังเป็นผู้ช่วยแพทย์ที่ยังมีประสบการณ์ในการอ่านภาพเอกซเรย์ปอดไม่มาก ให้สามารถระบุจุดที่ผิดปกติได้ดียิ่งขึ้น โดยจากการทดสอบในขั้นตอนการพัฒนา เราได้นำภาพเอกซเรย์เก่า ๆ ที่เคยพลาดการวินิจฉัยมะเร็งปอดมาให้ RAMAAI ประมวลผล พบว่าสามารถบ่งชี้รอยโรคได้เพิ่มขึ้นถึง 72% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ยืนยันถึงศักยภาพในการเพิ่มความแม่นยำได้อย่างชัดเจน” ที่ผ่านมา RAMAAI มีการประมวลผลภาพทางการแพทย์กว่า 1,500 – 2,000 ภาพต่อวัน รวมแล้วมีการวิเคราะห์ไปแล้วกว่า 500,000 ภาพ จากสถิติพบว่าสามารถเพิ่มความแม่นยำโดยรวมในการตรวจจับรอยโรคของแพทย์ได้เพิ่มขึ้นมากกว่า 20% ซึ่งสะท้อนถึงคุณประโยชน์มหาศาลเมื่อมีการใช้งานจริงในวงกว้าง

หนึ่งในความสามารถที่โดดเด่นและสำคัญยิ่งของ RAMAAI CXR Solution คือโมดูลเฉพาะสำหรับการวินิจฉัยวัณโรคปอด หรือที่เรียกว่า “Zero TB Module” โดยไม่เพียงแค่ระบุว่าเป็นวัณโรคหรือไม่ แต่ยังสามารถทำนายได้ว่าผู้ป่วยอยู่ในระยะแพร่เชื้อหรือไม่ ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญอย่างยิ่งในการควบคุมและป้องกันการแพร่กระจายของโรคในชุมชนที่มีอัตราการเกิดวัณโรคสูงเช่นในประเทศไทย อ. พญ.นริศรา ได้อธิบายเพื่อให้เห็นภาพว่า “ถ้าเปรียบแพทย์เป็นเหมือนนักบิน RAMAAI CXR Solution ก็เหมือนผู้ช่วยนักบิน หรือ Co-pilot ที่มีบทบาทสำคัญในการทำหน้าที่คัดกรองเบื้องต้น หากพบว่าฟิล์มใบไหนมีโอกาสผิดปกติสูง ระบบจะดึงฟิล์มใบนั้นขึ้นมาให้แพทย์พิจารณาก่อน ทำให้ผู้ป่วยที่ต้องได้รับการรักษาเร่งด่วน ได้รับการวินิจฉัยและรักษาอย่างทันท่วงที นอกจากนี้ ระบบยังช่วยบ่งชี้รอยโรคด้วย Heat Map แสดงจุดสีในบริเวณที่น่าสงสัย ทำให้การอ่านฟิล์ม X-ray ทรวงอก เป็นไปอย่างรัดกุมที่สุด”
ปัจจุบัน RAMAAI CXR Solution สามารถตรวจจับและบ่งชี้โรคและความผิดปกติได้ถึง 16 ชนิด รวมถึงลักษณะต่างๆ เช่น ก้อนในปอด ภาวะปอดอักเสบ โรคปอดอุดกั้นเรื้อรัง (COPD) ภาวะหัวใจโต และแม้กระทั่งภาวะปอดแตก สิ่งสำคัญคือ RAMAAI CXR Solution ได้รับการฝึกฝนด้วยชุดข้อมูลภาพเอกซเรย์ปอดของคนไทยมากกว่า 99.9% จากโรงพยาบาลรามาธิบดี ทำให้ AI มีความเข้าใจในสรีระ และรูปแบบของโรคที่พบบ่อยในประชากรไทย ส่งผลให้การวินิจฉัยมีความแม่นยำและน่าเชื่อถือสูงสำหรับคนไข้ชาวไทยโดยเฉพาะ ซึ่งนับเป็นหนึ่งในโซลูชัน AI ทางการแพทย์ชุดแรกๆ ในประเทศไทยที่ออกแบบมาเพื่อตรวจจับรอยโรคที่เกี่ยวข้องกับวัณโรคในระยะแพร่เชื้อโดยเฉพาะ
ขับเคลื่อนประสิทธิภาพด้วย AI และ Cloud
เพื่อยกระดับความสามารถและขยายผลลัพธ์ของ RAMAAI ให้กว้างขวางและยั่งยืน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้เลือก Microsoft Azure เป็นแพลตฟอร์มคลาวด์พื้นฐานสำหรับ RAMAAI ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ RAMAAI สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด “เหตุผลสำคัญที่เราให้ความไว้วางใจ Microsoft Azure เนื่องจากไมโครซอฟท์เป็นบริษัทชั้นนำระดับโลกที่มีเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เป็นมาตรฐานระดับสากล และให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยของข้อมูลอย่างสูงสุด อีกทั้งยังสามารถปรับสเกลการใช้งานได้อย่างยืดหยุ่น จึงรองรับการขยายบริการสู่โรงพยาบาลและผู้ใช้งานจำนวนมากในอนาคต” อ. พญ.ชญานิน กล่าว
RAMAAI พัฒนาเพื่อขึ้นให้บริการบน Microsoft Azure โดยใช้บริการคลาวด์แบบเนทีฟหลากหลายชนิด เช่น Azure Container Apps สำหรับโฮสต์ AI model สำหรับการวินิจฉัย CXR, API Management service สำหรับ API gateway, Azure Table Storage เป็นฐานข้อมูลหลัก, Azure Log Analytics สำหรับการตรวจสอบระบบ และอื่น ๆ อีกมากมาย ทีมงานได้พัฒนาและฝึกฝนโมเดล AI ของตนเอง และพัฒนา application โดยใช้ .NET SDK และภาษา C# โดยปัจจุบัน RAMAAI ได้ทดลองนำ CXRReportGen ซึ่งเป็นโมเดล AI แบบ Multimodal ที่ผสาน BiomedCLIP image encoder กับ Phi-3-Mini text encoder มาใช้ช่วยสร้างรายงานฉบับร่างอย่างรวดเร็วหลังการวิเคราะห์ภาพ เพื่อให้แพทย์สามารถตรวจสอบและปรับแก้ก่อนสรุปผลได้ทันที นอกจากนี้ ในอนาคต ทีมยังสำรวจความเป็นไปได้ในการใช้ Foundation Models และLarge Language Models (LLMs) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างผลลัพธ์และการตรวจจับภาพในเวอร์ชันต่อ ๆ ไป
วิสัยทัศน์เพื่ออนาคต สู่การเข้าถึงบริการสาธารณสุขอย่างเท่าเทียม
RAMAAI CXR Solution ได้รับเลือกจากกรมการแพทย์ ในการนำร่องใช้งานในโรงพยาบาลในสังกัด โดยปัจจุบันได้ดำเนินการติดตั้งและใช้งานแล้วใน 8 โรงพยาบาล ซึ่งครอบคลุมแพทย์ที่ใช้งานราวกว่า 2,000 คน และกำลังขยายผลการใช้งานโดยมีแผนติดตั้งเพิ่มเติมในอีก 10 โรงพยาบาลภายในเดือนมิถุนายนนี้ ซึ่งจะทำให้มีโรงพยาบาลที่ใช้งาน RAMAAI CXR Solution รวมทั้งหมด 18 แห่ง การขยายผลนี้จะเน้นไปที่โรงพยาบาลในพื้นที่ห่างไกล เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่เหล่านี้ได้เข้าถึงการวินิจฉัยที่มีคุณภาพอย่างเท่าเทียมกัน RAMAAI CXR Solution ยังออกแบบมาให้สามารถทำงานร่วมกับหน่วยเอกซเรย์เคลื่อนที่ เพื่อขยายการคัดกรองไปสู่ชุมชนในวงกว้างยิ่งขึ้น เพื่อสร้างผลลัพธ์ด้านสุขภาพที่เป็นธรรมมากยิ่งขึ้นในระดับประเทศ
นอกจากการได้รับรองมาตรฐาน ISO 13485 จากประเทศเยอรมนีแล้ว RAMAAI CXR Solution กำลังอยู่ในขั้นตอนสำคัญของการขอขึ้นทะเบียนเป็นเครื่องมือแพทย์ กับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อการใช้งานเชิงพาณิชย์อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญสู่การขยายผลในวงกว้างยิ่งขึ้น ด้วยเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ในการสร้างความเสมอภาคทางสุขภาพ (Health Equity) เพื่อการเข้าถึงบริการสาธารณสุขของคนไทย โดยนำขีดความสามารถในการวินิจฉัยภาพเอกซเรย์ปอดอันทันสมัยนี้ไปสู่ทุกภูมิภาค โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลที่ขาดแคลนแพทย์รังสี ด้วยเล็งเห็นว่า AI จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยให้ทุกคน ไม่ว่าจะอยู่ที่ใดก็สามารถเข้าถึงการวินิจฉัยที่แม่นยำและทันท่วงที อันจะนำไปสู่ผลลัพธ์การรักษาที่ดีขึ้นและลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสาธารณสุขโดยรวม RAMAAI CXR Solution นับเป็นตัวอย่างความสำเร็จในการนำเทคโนโลยีมาผนวกกับความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนวงการแพทย์ไทย ด้วยนวัตกรรม AI ที่ชาญฉลาดและเปี่ยมด้วยคุณประโยชน์ เพื่อร่วมสร้างสรรค์อนาคตที่คนไทยทุกคนสามารถเข้าถึงบริการด้านสาธารณสุขที่มีคุณภาพและแม่นยำได้อย่างเสมอภาค