ก้าวข้ามข้อจำกัด สร้างโอกาสสู่อนาคต ด้วยเส้นทางเรียนรู้ในโลก AI ของคุณภิญญาพัชญ์ จันทร์โสธร
สำหรับคุณภิญญาพัชญ์ จันทร์โสธร หรือคุณนุ้ย AI ที่เข้าถึงได้ไม่ใช่แค่เครื่องมือเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน แต่มันช่วยเปลี่ยนชีวิตที่ครั้งหนึ่งเคยต้องพึ่งพาผู้อื่น ให้กลายเป็นชีวิตที่สร้างขึ้นด้วยความมั่นใจ การได้มีส่วนร่วม และการเลือกเส้นทางของตนเอง ทุกวันนี้ AI ช่วยให้คุณนุ้ยทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น พัฒนาทักษะของตนเอง และสร้างอนาคตที่พึ่งพาตนเองได้ในแบบของเธอเอง
คุณนุ้ยเกิดมาพร้อมภาวะกล้ามเนื้ออ่อนแรงและเติบโตในต่างจังหวัด รถเข็นวีลแชร์คือเพื่อนคู่กาย โดยเธอต้องเผชิญกับอุปสรรคที่มากกว่าแค่เรื่องทางกายภาพ เธอถูกมองผ่านมุมมองของ “ข้อจำกัด” และรายล้อมไปด้วยสภาพแวดล้อมทางสังคมที่ตั้งคำถามว่า การศึกษา การทำงาน และการพึ่งพาตนเอง จะเป็นสิ่งที่เธอได้รับอย่างเต็มที่จริงหรือไม่ แม่ของเธอเคยกังวลตลอดเวลาว่าสักวันลูกสาวจะต้องพึ่งพาผู้อื่นไปตลอดชีวิต คุณนุ้ยจำความรู้สึกนั้นได้ดี ว่าการถูกตัดสินจากสิ่งที่คนอื่นคิดว่าเธอทำไม่ได้เป็นอย่างไร ก่อนที่เธอจะมีโอกาสได้พิสูจน์ว่าเธอทำอะไรได้บ้าง
ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเรียนรู้ และก้าวข้ามข้อจำกัดที่ผู้อื่นวางไว้ให้ เธอตัดสินใจจากบ้านเกิดเพื่อไปศึกษาต่อด้านบัญชีและเทคโนโลยีสารสนเทศ ที่ วิทยาลัยเทคโนโลยีพระมหาไถ่ พัทยา เพื่อคนพิการ ที่นั่น เธอได้สร้างรากฐานทักษะดิจิทัล ทั้งการจัดการฐานข้อมูลและการเขียนโปรแกรมขั้นพื้นฐาน พร้อมทั้งค้นพบว่าเทคโนโลยีสามารถขยายโอกาสในชีวิตของเธอได้มากเพียงใด ต่อมาเธอสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ซึ่งเป็นความสำเร็จที่สะท้อนให้เห็นไม่เพียงแค่ความพยายามและความไม่ยอมแพ้เท่านั้น แต่ยังสะท้อนถึงความสำคัญของการเข้าถึงสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่เหมาะสมอีกด้วย และเมื่อไม่นานมานี้ เธอยังได้เข้าร่วมโครงการ AI for Social Impact ภายใต้ Microsoft Elevate เพื่อเตรียมความพร้อมให้กับตัวเองสำหรับโลกการทำงานที่ AI เข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อย ๆ
จากการพยายามตามให้ทัน สู่การเป็นกำลังสำคัญของทีม
ความตั้งใจในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องของคุณนุ้ย ได้กลายเป็นพลังสำคัญที่หล่อหลอมวิธีการทำงานของเธอในทุกวัน ปัจจุบัน คุณนุ้ยทำงานในตำแหน่ง Data Entry Officer และเป็นตัวแทนด้านประชาสัมพันธ์ของ บริษัท พิจิตร ดริ้งกิ้ง จำกัด โดยเธอดูแลงานด้านการจัดตารางเวลาและข้อมูลพนักงานกว่า 200 คน ครอบคลุมการทำงาน 2 กะ และ 6 สายการผลิต
งานของเธอเป็นงานที่ต้องอาศัยความละเอียดสูง และมีข้อจำกัดด้านเวลาอย่างชัดเจน ก่อนที่จะใช้ AI การจัดตารางกะประจำเดือนหมายถึงการต้องทำงานกับสูตร Excel ที่ซับซ้อน และการคำนวณจำนวนมากด้วยตนเอง แม้ทุกอย่างจะเป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด กระบวนการนี้ก็ยังต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 วันเต็มจึงจะเสร็จสมบูรณ์ แต่เมื่อมีการนำ AI โดยเฉพาะ Microsoft Copilot เข้ามาใช้ ความเป็นจริงในการทำงานของเธอก็เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ แทนที่จะต้องค้นหาสูตร ทดลองใช้สูตรด้วยตนเอง และเสียเวลาไปกับการลองผิดลองถูก คุณนุ้ยสามารถอธิบายเงื่อนไขของตารางงานที่ต้องการ และขอให้ Copilot ช่วยสร้างสูตรที่ตรงกับความต้องการได้ทันที งานที่เคยต้องใช้เวลาอย่างน้อย 3 วัน จึงสามารถทำให้เสร็จได้ภายในประมาณ 30 นาที
พลังของการมองเห็นคุณค่าในตัวเอง
การประหยัดเวลาเป็นสิ่งสำคัญ แต่สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน — และอาจมองเห็นได้ไม่ชัดเจนจากภายนอก — คือความมั่นใจที่เกิดขึ้นจากการที่เธอสามารถแก้ปัญหาที่ซับซ้อนได้ด้วยตัวเองมากขึ้น และทำงานได้อย่างราบรื่นขึ้นโดยมีอุปสรรคน้อยลง
คุณนุ้ยกล่าวว่า “AI ทำให้ฉันรู้สึกเหมือนมีคลังความรู้ขนาดใหญ่อยู่ใกล้ตัว สามารถเข้าถึงได้ตลอดเวลา และสามารถถามคำถามได้โดยไม่ต้องกลัวว่าจะไปรบกวนใคร สิ่งนี้ทำให้ฉันมีความมั่นใจมากขึ้นอย่างมาก”

เมื่อสภาพแวดล้อมไม่เอื้ออำนวยและต้องอาศัยกระบวนการทำงานแบบแมนนวล ข้อจำกัดทางร่างกายก็มักถูกทำให้เด่นชัดขึ้น แต่เมื่อสภาพแวดล้อมได้รับการขับเคลื่อนด้วย AI ที่เข้าถึงได้ สิ่งที่ถูกทำให้เด่นชัดขึ้นกลับเป็นความคิดสร้างสรรค์ สติปัญญา และศักยภาพของมนุษย์ สำหรับคุณนุ้ย การผสาน AI เข้ากับการทำงานได้กลายเป็นตัวเร่งสำคัญที่เปิดพื้นที่ให้ความฉลาด ความคิดเชิงกลยุทธ์ และความเข้มแข็งในตัวเธอได้แสดงออกอย่างเต็มที่
วันนี้ เธอไม่ได้ถูกนิยามจากสิ่งที่เธอไม่สามารถทำได้ทางกายภาพอีกต่อไป แต่ถูกมองผ่านศักยภาพที่ไร้ขีดจำกัดของเธอเอง เธอใช้ AI ไม่ใช่เพียงเพื่อให้อยู่รอดในโลกการทำงาน แต่เพื่อออกแบบอนาคตทางการเงินที่มั่นคง แข็งแรง และพึ่งพาตนเองได้ในแบบของเธอ Copilot ช่วยให้เธอทำการวิจัยตลาดธุรกิจและวางแผนเชิงกลยุทธ์ เพื่อเตรียมรากฐานสำหรับการสร้างรายได้ทางที่สองจากการทำเกษตรไฮโดรโปนิกส์ ในแง่นี้ AI ไม่ได้ช่วยให้เธอทำงานวันนี้ได้ดีขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยให้เธอเตรียมพร้อมสำหรับโอกาสในวันข้างหน้าได้ด้วยความมั่นใจที่มากขึ้น
ยกระดับศักยภาพและเปิดประตูสู่โอกาส
นับตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 2000 เป็นต้นมา มูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ ได้ร่วมมือกับ ไมโครซอฟท์ ประเทศไทย เพื่อส่งเสริมความรู้ด้านเทคโนโลยีและ AI ให้แก่คนพิการ โครงการนี้ถูกออกแบบขึ้นเพื่อเสริมพลังให้แต่ละคนสามารถสร้างอนาคตที่เป็นอิสระของตนเองได้ และความสำเร็จในโลกจริงของโครงการก็สะท้อนให้เห็นอย่างชัดเจนผ่านศิษย์เก่าอย่างคุณนุ้ย เพื่อขยายผลกระทบเชิงบวกนี้ ความร่วมมือดังกล่าวตั้งเป้าที่จะให้ความรู้แก่คนพิการเพิ่มเติมอีก 2,000 คน ภายในสิ้นปี 2026
ดร. สัมฤทธิ์ ชาภิรมย์ ผู้จัดการและรองเลขาธิการมูลนิธิพระมหาไถ่เพื่อการพัฒนาคนพิการ กล่าวว่า “เมื่อเรามอบการเข้าถึงเครื่องมือที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตได้อย่าง AI เราไม่ได้เพียงช่วยให้ใครคนหนึ่งจัดการภาระงานของเขาได้ดีขึ้นเท่านั้น แต่เรากำลังปลดล็อกพรสวรรค์และศักยภาพที่มีอยู่ในตัวเขา เส้นทางของคุณนุ้ยแสดงให้เห็นว่า การเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิตสามารถเปิดประตูไปสู่ศักดิ์ศรีและความเป็นอิสระได้อย่างไร เมื่อคนพิการสามารถเข้าถึงงานที่มีความหมาย และได้รับโอกาสในการมีส่วนร่วมบนพื้นฐานของจุดแข็งของตนเอง ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะขยายออกไปไกลกว่าเรื่องการจ้างงาน เพราะมันช่วยสร้างคุณค่าในตนเอง สนับสนุนความเป็นอิสระทางเศรษฐกิจ และสร้างเงื่อนไขที่เอื้อต่อชีวิตที่มั่นคง เติมเต็ม และมีความหมาย”
เส้นทางการเติบโตของคุณนุ้ยเป็นมากกว่าเรื่องราวสร้างแรงบันดาลใจ เพราะมันสะท้อนให้เห็นถึงสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้จริง เมื่อระบบสนับสนุนที่เหมาะสมและความร่วมมือจากหลายภาคส่วนมาบรรจบกัน เพื่อปลดล็อกศักยภาพของมนุษย์ สำหรับ คุณรูฮิมัต โซเอราโกเอโซเอมาห์ หัวหน้าสำนักงานอนุภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ UN ESCAP เส้นทางของคุณนุ้ยถือเป็นภาพสะท้อนที่ทรงพลังของการขับเคลื่อน เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ หรือ Sustainable Development Goals: SDGs ให้เกิดขึ้นจริงในทางปฏิบัติ

เขากล่าวว่า “ในความมุ่งมั่นร่วมกันของเราที่จะ ‘ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง’ เรื่องราวอย่างของคุณนุ้ยเตือนให้เราเห็นว่า การมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงเริ่มต้นจากความเข้าใจ ความเห็นอกเห็นใจ และการเข้าถึง journey ของเธอสะท้อนให้เห็นว่า การเปิดเส้นทางสู่การเรียนรู้ตลอดชีวิตและงานที่มีความหมาย สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตของแต่ละคนได้อย่างไร และยังสามารถส่งผลกระทบต่อชีวิตของผู้อื่นได้อีกด้วย”
“เมื่อทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน หรือภาคประชาสังคม ร่วมมือกันมอบโอกาสการเรียนรู้ด้าน AI ที่ครอบคลุมและเข้าถึงได้ ดังเช่น โครงการ AI for Social Impact เราไม่ได้เพียงเปิดโอกาสให้ผู้คนเข้ามามีส่วนร่วมเท่านั้น แต่เรากำลังปลดล็อกศักดิ์ศรี ศักยภาพ และโอกาส นี่คือวิธีที่เราจะก้าวไปข้างหน้าร่วมกัน สู่อนาคตที่ครอบคลุมและยั่งยืนมากขึ้น ซึ่งทุกคนมีโอกาสที่จะเติบโตและประสบความสำเร็จได้”
Microsoft Elevate มีเป้าหมายในการขยายวงของโอกาส เพื่อให้มั่นใจว่าทั้งบุคคลและองค์กรสามารถเติบโตได้ในเศรษฐกิจยุค AI โดยเสริมพลังให้ทุกคน รวมถึงคนพิการ สามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้มากขึ้น ผ่านการเข้าถึงเครื่องมือ AI ที่ใช้งานได้จริง และทักษะดิจิทัลที่จำเป็น เรื่องราวความสำเร็จของคุณนุ้ยพิสูจน์ให้เห็นว่า การทำให้ความรู้ด้าน AI เข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม สามารถปลดล็อกพลังของแรงงานที่มีศักยภาพซ่อนอยู่ และนำไปสู่การเติบโตที่มีความหมายในโลกจริงได้อย่างแท้จริง
หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมว่าไมโครซอฟท์กำลังเสริมพลังให้ผู้คนในประเทศไทยและในพื้นที่อื่น ๆ อย่างไร สามารถเยี่ยมชม Microsoft Elevate ได้ที่: https://www.microsoft.com/en-us/elevate